แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ 3D แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ 3D แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2555



        แนวโน้ม เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ในอนาคต

                  บล็อกนี้สนใจเกี่ยวกับเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ในอนาคต เพราะการดำเนินชีวิตของมนุษย์เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ทั้งนั้น เทคโนโลยีในปัจจุบันได้เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วและมีการพัฒนาศักยภาพ ประสิทธิภาพความสะดวกสบาย ความรวดเร็ว ปลอดภัยเพิ่มขึ้นมากเลยทีเดียว โดยเฉพาะในปัจจุบันได้มีการนำเทคโนโลยีมาใช่ในองค์กรทั้งภาครัฐและภาคเอกชนมากขึ้น ทั้งนี้เพราะการเติบโตของเทคโนโลยีและการแข่งขันกันสูง จึงทำให้ในองค์กรต่างๆต้องมีการพัฒนาองค์กรให้เป็นในแบบดิจิตอล หรืออิเลกทรอนิกยิ่งขึ้น เพราะการนำเทคโนโลยีมาใช้ปฏิบัติงานภารกิจต่างๆในองค์กรนั้นสามารถสร้างศักยภาพในการแข่งขันที่สูงขึ้นได้ด้วยเทคโนโลยี เพราะการนำเทคโนโลยีมาใช้ในองค์กรสามารถทำให้การทำงาน การประมวลผลข้อมูลมีความถูกต้อง แม่นยำ และรวดเร็วมากยิ่งขึ้น ดั่ง เช่น เอชพี แสกนเจช ที่สามารถแปลเอกสารเป็นดิจิตอลไฟล์ได้ นับเป็นก้าวที่พัฒนาขององค์กรเป็นอย่างมาก ที่ไม่ต้องเสียเวลาแปลงข้อมูลเอกสารโดยตนเอง ซึ่งเป็นทั้งการประหยัดแรงงาน และ เวลา ที่สำคัญยังได้ข้อมูลที่แม่นยำด้วย จึงสามารถมองไปถึงอนาคตได้ว่าเทคโนโลยีกับองค์กรจะมีความสัมพันธ์กันมากยิ่งขึ้นอย่างแยกไม่ออก องค์กรต้องพึ่งพิงเทคโนโลยีมากขึ้น แต่ในทางกลับกันถ้าเทคโนโลยียังมีการพัฒนาไม่หยุดหย่อน ประชากรพนักงานก็ต้องว่างงานมากขึ้น เพราะอาจไม่จำเป็นต้องพึ่งกำลังคนต่อไป ซึ่งส่วนนี้ก็อาจเป็นอุปสรรคในการนำเทคโนโลยีเข้ามาในองค์กรเช่นกัน แต่ในทางกลับกันอีกในอนาคตพนักงานอาจไม่ต้องมาทำงานถึงบริษัท แค่นั่งเปิดเครือข่ายด้านเทคโนโลยีสารสนเทศที่บ้านด้วยคอมพิวเตอร์เครื่องเดียวก็อาจเป็นสิ่งสะดวกในการไม่ต้องเดินทาง ซึ่งเป็นการเอาร์ซอท งานออกไปจากบริษัทเพื่อความรวดเร็วมากยิ่งขึ้น ในอนาคตอาจจะได้เห็นการพัฒนาขององค์กรภาครัฐไปสู่ความเป็นยุคไฮเทคมากยิ่งขึ้นและในเทคโนโลยีด้านต่างๆ ที่นอกเหนือจากในองค์กรแล้ว เทคโนโลยีที่ใกล้ตัวเราเช่นหน้าจอการแสดงผล ที่เราเคยพบเจอในแบบlcdบางๆ แต่มันได้มีการพัฒนามาสู่หน้าจอแบบม้วนพับได้ หรือโอแอลอีดี ซึ่งในอนาคตข้างหน้าเราอาจได้จำเป็นต้องใช้มัน เราเห็นการพัฒนาไปอย่างรวดเร็วมาก เพราะในสัปดาห์ที่แล้วทางเราก็ได้เพิ่งนำเสนอจอlcdที่เป็นทีวีรุ่นใหม่ แต่ผ่านไปเพียงสัปดาห์เดียวก็ได้เห็นพัฒนาการที่จะเกิดเป็นแบบม้วนพับได้ พกพาสะดวกสบายอย่างโอแอลอีดี จึงเป็นไปได้ว่า ในอนาคตคงน่าทึ่งกว่านี้อาจจะเป็นหน้าจอล่องหนไปเลยก็ได้ ในเมื่อการพัฒนาในสิ่งที่เป็นhardware ได้พัฒนาไปไม่มีที่สิ้นสุด การพัฒนาsoft ware ก็ได้พัฒนาไปเรื่อยๆเช่นกัน เพื่อการทำงานที่ง่ายขึ้นและรวดเร็วขึ้น ดังเช่นการพัฒนาของกูเกิ้ล เกียส ที่จะมีการพัฒนาระบบเป็นแบบoffline ขึ้น ซึ่งแสดงให้เห็นว่ามันต้องการที่จะให้เข้าถึงประชาขนได้ง่ายยิ่งขึ้น และเป็นธุรกิจสำคัญที่ต้องมีการพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ เพื่อความนิยมใช้งานง่ายสะดวกสบายต่อประชาชนทุกภาคส่วนในอนาคตเราจึงอาจได้เห็นสิ่งที่เรียกว่ากูเกิ้ล เกียสอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เพราะมันสามารถทำให้เราสืบค้นข้อมูลต่างๆได้ง่ายรวดเร็วยิ่งขึ้นไป และอาจจะเห็นการพัฒนาซอฟแวร์ต่างๆขึ้นมาอย่างต่อเนื่องด้วย และที่สำคัญพวกhardware ก็จำเป็นต้องมีการพัฒนาเพื่อรองรับsoft wareที่จะเกิดขึ้นด้วย ทุกส่วนจึงย่อมมีความสัมพันธ์กัน
คลื่นลูกใหม่เทคโนโลยีจอแสดงผล
        อีกไม่นาน เทคโนโลยีจอแสดงผลอาจเปลี่ยนรูปโฉมไปอีกขั้นโดยมีการพัฒนาให้มีขนาดบางลง ถึงขนาดว่าสามารถม้วนพับเก็บไว้ได้ ขณะที่ใช้พลังงานน้อยลงและมีอายุการใช้งานของแบตเตอรี่ยาวนานขึ้นมาทดแทน เทคโนโลยีจอแสดงผลแบบที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบันอย่างจอแสดงผลแอลซีดีที่ยังมี ข้อเสียตรงที่ใช้พลังงานมาก เทคโนโลยีที่จะเข้ามาทดแทนแอลซีดีในวันข้างหน้า ยกตัวอย่างเช่น อุปกรณ์แสดงผลฟิล์มบางอินทรีย์เปล่งแสง หรือ โอแอลอีดี (OLED: Organic light-emitting diode) และเทคโนโลยีที่เรียกว่าไบ-สเตเบิล ซึ่งเแม้แต่ในปัจจุบันก็มีออกมาให้เห็นบ้างแล้วทั้งในเครื่องเล่นเกม เครื่องเล่นสื่อดิจิตอลเพื่อความบันเทิง เครื่องเล่นเพลงดิจิตอล และโทรศัพท์มือถืออัจฉริยะหรือสมาร์ทโฟน
        ข้อดีของจอแสดงผลแบบโอแอลอีดีคือ ใช้พลังงานน้อยกว่าจอแบบแอลซีดีในขนาดเท่าๆ กันสูงถึง 40% ทั้งยังบางกว่าเป็นเท่าตัว เนื่องจากไม่ต้องอาศัยการส่องแสงออกมาจากหลังภาพ ทั้งยังให้ภาพที่คมชัดกว่า ตัวอย่างอุปกรณ์ที่ทดลองใช้เทคโนโลยีดังกล่าวแล้ว เช่น อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์แบบพกพาขนาดเล็กอย่างเครื่องเล่นเพลงดิจิตอลของซัมซุง อิเล็กทรอนิกส์ และไรน์คอม รวมถึงโทรศัพท์มือถือรุ่นบางจากเคียวเซร่า นอกจากนี้ทางโซนี่ คอร์ปอเรชั่นเองยังมีแผนจะทำตลาดจอทีวีขนาดเล็กที่ใช้เทคโนโลยีโอแอลอีดี ภายในปีนี้ด้วย แม้ในวงการสื่อสารไร้สายเทคโนโลยีโอแอลอีดีจะยังเพิ่งเริ่มแต่ในการพัฒนาจอ แสดงผลรุ่นดังกล่าวเพื่อทำตลาดมีปรากฏให้เห็นบ้างในกลุ่มผู้ผลิตจอแสดงผล แบบแอลซีดี ทั้งซัมซุง เอสดีไอ และโซนี่ จากการประเมินของบริษัทวิจัยด้านการตลาดไอซัพพลาย ตลาดสำหรับจอแสดงผลแบบโอแอลอีดี และแอลซีดีที่ใช้พลังงานน้อยมีแนวโน้มการเติบโตอย่างรวดเร็วโดยคาดว่าจนถึง ปีพ.ศ. 2555 อาจมียอดขายมากถึง 24,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปีอยู่ที่ 27% เทียบกับยอดขายในปีนี้ซึ่งคาดว่าจะมีมูลค่าอยู่ที่ 6,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
         นอกจากเทคโนโลยีโอแอลอีดีแล้วยังมีเทคโนโลยีจอแสดงผลที่เรียกว่า ไบ-สเตเบิล ซึ่งรักษาสถานะการแสดงผลภาพไว้ได้โดยไม่ต้องใช้พลังงานทำให้เหมาะต่อการใช้ เป็นจอแสดงผลในสถานที่สาธารณะและจอแสดงผลย่อยบนอุปกรณ์ต่างๆ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นยังต้องพัฒนาในด้านของคุณภาพภาพที่ยังไม่ละเอียดมากนัก ก่อน
         รายงานข่าวแจ้งว่า นักวิทยาศาสตร์กำลังพัฒนาให้คอมพิวเตอร์สามารถอ่านใจมนุษย์ได้ โดยวิเคราะห์จากการแสดงสีหน้า และสามารถแปลความหมายของความรู้สึกที่เกิดขึ้นในขณะนั้นโครงการวิจัยดังกล่าวเกิดจากความร่วมมือของนักวิทยาศาสตร์ในมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ประเทศอังกฤษ และสถาบันเทคโนโลยีแมสซาจูเซท ประเทศสหรัฐ โดยศาสตราจารย์ปีเตอร์ โรบินสันจากมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ในประเทศอังกฤษกล่าวว่า “ระบบดังกล่าวมีความสามารถในการแยกแยะความรู้สึกที่เกิดขึ้นในจิตใจของมนุษย์ขณะนั้นได้ เพียงแค่หันวิดีโอไปที่ใครคนใดคนหนึ่ง (ระบบคอมพิวเตอร์ก็สามารถรับทราบถึงอารมณ์ความรู้สึกขณะนั้นของคนนั้นแล้ว)”
นักพัฒนายังเชื่อว่า เทคโนโลยีดังกล่าวจะถูกนำไปใช้ในวงการโฆษณา โดยบริษัทต่างๆ สามารถใช้เทคโนโลยีนี้ เพื่อแปลความรู้สึกนึกคิด และอารมณ์ของผู้บริโภค เพื่อปรับโฆษณาของผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับความต้องการผู้บริโภค
“ลองนึกภาพคอมพิวเตอร์เครื่องหนึ่งที่สามารถเลือกใช้อารมณ์ในการนำเสนอที่เหมาะสม และพยายามจะขายบางสิ่งบางอย่างกับคุณ ซึ่งในอนาคต โทรศัพท์มือถือ รถยนต์ ตลอดจนเว็บไซต์สามารถอ่านใจ และตอบสนองอารมณ์ และความรู้สึกของผู้บริโภคได้” ศาสตราจารย์ โรบินสัน กล่าว
นอกจากนี้ นักวิทยาศาสตร์ยังให้ความสนใจเกี่ยวกับการนำเทคโนโลยีนี้ไปใช้ในการเรียนการสอนผ่านออนไลน์ โดยเมื่อนำไปใช้กับเว็บแคม ระบบอีเลิร์นนิ่งจะตัดสินใจได้ว่า ผู้เรียนมีความเข้าใจในบทเรียน หรือไม่ได้อีกด้วย
         เทคโนโลยีดังกล่าวกำลังอยู่ในระหว่างการวิจัย เพื่อนำไปใช้ในรถยนต์ ซึ่งจะทำให้มันสามารถตัดสินใจได้ว่า ผู้ขับมีความระมัดระวัง และตื่นตัวอยู่ตลอดในระหว่างการขับขี่ หรือไม่? โดยคาดว่าจะออกมาให้ทั่วโลกยลโฉมภายในอีก 5 ปีข้างหน้า 








ที่่มา :http://tech.mthai.com/
         

วันเสาร์ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2555

เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ในอนาคต

คอมพิวเตอร์ 3 มิติ แบบที่ไม่ต้องใช้แว่นตา


                หากคุณเป็นคนหนึ่งที่กำลังมองหาพีซี 3 มิติ แต่ไม่ต้องการที่จะสวมแว่นตาโดยเฉพาะ โชคเข้าข้างแล้ว เมื่อฟูจิซึเตรียมทำการเปิดตัวเครื่องเดสก์ทอปพีซี all-in-one เครื่องแรกของโลกที่รองรับระบบ 3 มิติ ขนิดที่ไม่ต้องสวมแว่นตาให้อึดอัดรำคาญใจอีกต่อไป โดยฟูจิซึได้ ออกประกาศเมื่อวานนี้ว่า จะทำการเปิดตัวเครื่องคอมพิวเตอร์เดสก์ทอปพีซี all-in-one เครื่องแรกของโลก ที่ไม่ต้องสวมแว่นตา 3 มิติโดยเฉพาะในขณะรับชม
ซึ่งจะมีกำหนดเปิดตัวครั้งแรกที่ญี่ปุ่นในวันที่ 25 กุมภาพันธ์ที่จะถึงนี้ โดยจะใช้ชื่อว่า Fujitsu Esprimo FH99/CM ซึ่งจะมีหน้าจอขนาด 23 นิ้ว รองรับการแสดงผลภาพที่ความละเอียด 1,920×1,080 พิกเซล และขับเคลื่อนด้วยพลังชิพ Intel i7 โปรเซสเซอร์ โดยสเปกภายในจะประกอบไปด้วย แรมขนาด 4GB พื้นที่ฮาร์ดดิสก์ขนาดสูงสุดถึง 2TB รองรับการ์ดจอภายใน และไดรฟ์บลูเรย์ อ้างอิงข้อมูลมาจาก PClaunches.com และอีกหลายๆแหล่งข่าว โดยจะมี TV tuner ไว้ช่วยให้ผู้ชมสามารถรับชมและบันทึกรายการทีวีที่ชื่นชอบได้ นอกจากคุณสมบัติดังกล่าวแล้ว Esprimo FH99 ยังจะนำเสนอการเชื่อมต่ออีเทอร์เน็ตและ 802.11b/g/n Wi-Fi พร้อมรองรับช่องต่อ USB 3.0 ports จำนวน 2 ช่อง, SD card slot, พอร์ท HDMI และมีเว็บแคมในตัว นอกจากนี้ ทางบริษัทยังได้จัดโปรโมชั่นพิเศษเพื่อเอาใจลูกค้าอีก ด้วยการแถมแผ่นก็อปปี้ภาพยนตร์ “Disney’s Christmas Carol” เวอร์ชั่น 3 มิติ ที่ได้รับการแปลเป็นภาษาญี่ปุ่นแล้วให้อีก 1 เรื่องด้วย

ฟูจิซึ เปิดตัวจอคอมพิวเตอร์ 3 มิติ ไม่ต้องใช้แว่นสามมิติ


                            นับตั้งแต่มีภาพยนตร์ 3 มิติออกมา ผู้ผลิตโทรทัศน์และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง ต่างพากันผลิตอุปกรณ์เพื่อมารองรับ  ล่าสุด ฟูจิซึ บริษัทผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าของญี่ปุ่นได้เปิดตัว จอคอมพิวเตอร์ รุ่น เอสพรีโม่ เอฟเอช ไนน์ตี้ไนน์ ซีเอ็ม ที่จะมีวงจรแปลงภาพเป็น 3 มิติ ซึ่งสามารถทำให้ผู้ใช้ชมภาพ 3 มิติต่างๆ ได้โดยไม่ต้องใช้แว่น 3 มิติ ด้านโตชิโระ โอบิทซึ วิศวกร ของฟูจิซึ กล่าวว่า ผลิตภัณฑ์ดังกล่าว จะทำให้คนในครอบครัวสามารถแบ่งปันความตื่นตาตื่นใจร่วมกันได้     สำหรับจอคอมพิวเตอร์ 3 มิติที่ดูได้โดยไม่ต้องใช้แว่นของฟูจิซึ มีกำหนดออกวางตลาดในญี่ปุ่นในวันที่ 25 มกราคม จากนั้น นำออกวางจำหน่ายไปทั่วโลก ทั้งนี้ ญี่ปุ่นยังเป็นชาติชั้นนำมาด้านเทคโนโลยี 3 มิติ โดยเมื่อเดือนธันวาคม โตชิบา บริษัทผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าชั้นนำ เพิ่งจะเปิดตัวโทรทัศน์ 3 มิติที่ดูได้โดยไม่ต้องใช้แว่นเช่นกัน ขณะที่ฟูจิซึ ก็เพิ่งเปิดตัวจอคอมพิวเตอร์ 3 มิติเมื่อไม่นานมานี้
 Source : นับตั้งแต่มีภาพยนตร์ 3 มิติออกมา ผู้ผลิตโทรทัศน์และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง ต่างพากันผลิตอุปกรณ์เพื่อมารองรับ


 VIDEO : Fujitsu launches its first PC with full 3D Experience (Watch and Record)


Microsoft  โชว์คอมพิวเตอร์  มิติ  ใช้มือทำงานโดยไม่ผ่านเมาส์

             โดยต้นแบบจะประกอบไปด้วยจอ Oled แบบโปร่งใสที่มองทะลุได้ แสดงผลภาพเป็น 3 มิติ ทำงานร่วมกับอุปกรณ์จับความเคลื่อนไหว Kinect ตัวเครื่องจะมีแค่หน้าจอและคียบอร์ดเท่านั้น ไม่มีเมาส์
จากคลิปที่สาธิต จะเห็นว่าเราสามารถจับวัตถุและเลื่อนไปมาได้บนหน้าจอได้ทันที และสามารถเลื่อนหน้าต่างการทำงานต่างๆได้บบ 3 มิติ ได้ด้วย 
อย่างไรก็ตาม ยังต้องพัฒนาอีกเยอะกว่าจะออกสู่ตลาดได้ครับ แต่เชื่อว่าไม่นานอย่างแน่นอน ที่เทคโนโลยีที่เราเคยเห็นบนอนาคตในโลกภาพยนตร์ จะใกล้ความเป็นจริงครับ

ที่มา:ที่มา : http://news.cnet.com/8301-17938_105-57387057-1/microsofts-3d-computer-offers-a-world-for-your-hands/
                       http://music.voicetv.co.th/mv/2081